Ep.2 จิตวิญญาณที่รอการกลับมา

ภาพที่ได้จากการถ่าย ไม่ผ่านการตัดต่อหรือจกตา

  Ep.2 เป็นการสัมภาษณ์ที่หมดเบียร์เป็นลังยังไม่จบ กับเรื่องราวนักปั่นคนนึง เวลาเราไปสนามฟ้า ก็จะเจอกันที่สนามบ่อย ๆ หรือเห็นเค้านั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร บางคนรู้จักและเรียกว่าโค๊ชหนึ่ง หรือ บางคนอาจเคยเรียกเค้าว่า "ขี้คุก" วันนี้เรามาทำความรู้จักไปพร้อมๆกันค่ะ

  ครั้งนี้มาสัมผัสเรื่องราวและเส้นทางชีวิตของอดีตนักกีฬาจักรยานทีมชาติไทย ที่ครั้งหนึ่งเคยได้ครองสถิติตัวเลขที่ไม่มีใครทำลายได้ในการปั่นจักรยานประเภทลู่มาถึง 17 ปี กับเส้นทางชีวิตที่รุ่งโรจน์และหักเหทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในชีวิต จนทำให้ต้องหยุดปั่นไปถึง 12 ปี จนวันนี้ได้กลับมาปั่นอีกครั้ง หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับผู้อ่านและบุคคลที่ถูกสัมภาษณ์ไม่มากก็น้อย

ตอนอายุ 16 ลงแข่งรุ่นเยาวชนครั้งแรกแต่ดันทำลาย สถิติรุ่นประชาชนชายทั่วไป ทำให้ได้แข่งรุ่นเยาวชนแค่ครั้งแรกและครั้งเดียวหลังจากนั้นขึ้นเป็นรุ่นประเภทชายทั่วไปตลอด

ปันสวยๆ : พี่หนึ่งเริ่มต้น รู้จักและปั่นจักรยานจักรยานตั้งแต่เมื่อไหร่คะ
โค๊ชหนึ่ง : จำความได้ลืมตามา ก็เห็นจักรยานแล้วครับ เพราะพ่อเป็นนักกีฬาจักรยาน (ทีมชาติ) ถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก ตอนเด็ก ๆ แค่ชอบปั่นเล่นแบบเด็กทั่วไป ไม่เคยคิดจริงจัง ว่าจะต้องมาเป็นนักกีฬาจักรยานครับ

   
ภานุพงษ์ มณีพงษ์ คือชื่อเดิมของโค๊ชหนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนชื่อมาเป็นชื่อดังปัจจุบัน

ปั่นสวยๆ : แล้วอะไรเป็นจุดเปลี่ยนค่ะทำให้ตัดสินใจเริ่มมาเป็นนักกีฬาจักรยานคะ
โค๊ชหนึ่ง : ถูกพ่อกล่อมครับ แกอยากให้เดินตามรอยแก ผมแข่งครั้งแรก ตอนนั้นอายุ 12 ครับ

ปั่นสวยๆ : โค๊ชหนึ่งลงแข่งครั้งแรกเป็นยังไงบ้างคะ
โค๊ชหนึ่ง : ลงแข่งครั้งแรกตอนอายุ 12 แข่งรุ่นเยาวชนไม่เกิน 18 ปี แบกอายุแข่งกับเด็กโตกว่า                         จบที่อันดับ 1 ในวันนั้น

ปั่นสวยๆ : คิดไว้ก่อนไหมค่ะว่าจะชนะ
โค๊ชหนึ่ง : ตอนแข่งครั้งแรก ไม่คิดว่าจะชนะครับ ปั่นตามที่พ่อบอกให้ทำแค่นั้นครับ เป็นการแข่ง                     เสือภูเขาทางเรียบ คนอื่นล้อ 26 นิ้วกันหมด ส่วนรถผมล้อแค่ 20 นิ้ว คนอื่นเค้าเลยไม่                         มองผมว่าจะเป็นคู่แข่ง ผมชิงหนีก่อนเข้าเส้น นักแข่งคนอื่นคงคิดว่าผมไปไม่รอดเลยปล่อยให้ยิงออกไป วันนั้นก็เลยจบที่อันดับ 1 ครับ  


ปั่นสวยๆ : หลังจากนั้นก็เริ่มแข่งมาตลอดเลยใช่ไหมคะ
โค๊ชหนึ่ง : มาเริ่มจริงจังตอนอายุ 16 ครับ หลังจากแข่งครั้งแรก ตอนอายุ 12 ผมก็หยุดปั่นไป 3 ปี ครับ ผมย้ายไปอยู่กับแม่

ปั่นสวยๆ : แข่งเสือภูเขาอยู่นานไหมคะ ก่อนที่จะมาจับหมอบและฟิกเกียร์จริง ๆ
โค๊ชหนึ่ง : น่าจะเป็นช่วงตอนอายุ 16 เอาเสือภูเขาของพ่อไปซ้อมปั่นกับพวกเสือหมอบ ของทีมกองทัพภาคที่ 3 ครับ กลับมาซ้อมอยู่ประมาณ 3 เดือน ทีมกองทัพภาคที่ 3 ก็ชวนไปลงแข่งเสือหมอบให้ทีมครับ ตอนนั้นใช้รถของทีมกองทัพภาคที่ 3 ในการแข่ง แต่ผลงานยังไม่ดีเท่าไหร่ครับ "แต่ปั่นดุเดือด" เลยไปเข้าตาฝ่ายเทคนิคของสมาคมจักรยาน ทางสมาคมเลยเรียกไปติดทีมชาติชุดเยาวชนตอนอายุ 16 ปี 


ปั่นสวยๆ : ผลงานการแข่งขันตอนอยู่ชุดเยาวชนทีมชาติเป็นยังไงบ้างค่ะ
โค๊ชหนึ่ง : เอาจริง ๆ ผมได้มีโอกาสลงแข่งรุ่นเยาวชนไม่มากครับ หลังจากลงแข่งครั้งแรกตอนนั้น อายุ 16 ปี แล้วทำลายสถิติประเทศไทย (รุ่นประชาชนทั่วไปชาย) ก็น่าจะเป็น สาเหตุที่ทำให้ถูกห้ามลงรุ่นเยาวชนชาย และ พลักขึ้นไปแข่งรุ่นประชาชนทั่วไปชาย แทนทำให้ไม่มีโอกาสกลับมาลงแข่งรุ่นเยาวชนชายอีกเลยครับ


ปั่นสวยๆ : ชีวิตนักกีฬาตอนนั้นเป็นยังไงบ้าง รู้สึกเป็นยังไงพอได้มาเป็นนักกีฬาจริง ๆ
โค๊ชหนึ่ง : เหนื่อยครับ ท้อด้วย ถือว่าซ้อมหนักมากสำหรับผมในตอนอายุเท่านั้นการที่ถูกดันขึ้น มารุ่นประชาชนทั่วไปชาย ตอนนั้นเจอแต่ของแข็งทั้งนั้นเลยครับ


ปั่นสวยๆ : แล้วผ่านคู่แข่งเหล่านั้นมาได้ยังไงคะ มีวิธีคิดยังไงกับเรื่องนี้คะ
โค๊ชหนึ่ง : คิดอย่างเดียวใส่เต็มที่เหมือนที่ซ้อมมาครับ

ปั่นสวยๆ : งั้นการซ้อมเป็นเรื่องสำคัญมากเลยใช่ไหมคะ
โค๊ชหนึ่ง : สำคัญสุดครับสำหรับนักกีฬา

ปั่นสวยๆ : ในชีวิตนักกีฬาการแข่งครั้งไหนที่ประทับใจ บ้างคะ
โค๊ชหนึ่ง : เอาตรงๆ นะพี่ ไม่มีเลยครับเหมือนแข่งตามหน้าที่ซ้อมก็เหนื่อยมาก เวลาส่วนตัวก็น้อย ชีวิตส่วนตัวหายหมด พี่เข้าใจคำว่า"การเป็นแชมป์นั้นมันยาก แต่การรักษาแชมป์ไว้นั้น มันยากยิ่งกว่า" (จริงเลยค่ะ)

ปั่นสวยๆ : ผลงานที่ผ่านมาเป็นยังไงบ้างคะ
โค๊ชหนึ่ง : ซีเกมส์ 1 เหรียญทองแดงครับ
เอเชียแชมป์เปี้ยนชิพ 2 เหรียญเงิน 
รายการชิงแชมป์โลกตอนนั้นติด top 10 ครับ
ถ้วยพระราชทาน 3 ปีซ้อน
เจ้าของสถิติประเทศไทย 17 ปี
 ภาพตอนกลับจากการแข่ง รายการ Track World Cup 2000 ณ ประเทศมาเลเชีย


ปั่นสวยๆ : ก็เรียกว่าผลงานก็ไม่ธรรมดาเลยค่ะ แล้วโค๊ชหนึ่งถึงหยุดปั่นทีมชาติตอนไหนค่ะ
โค๊ชหนึ่ง : ผมเลิกปั่นจริงจัง หลังจากซีเกมส์ที่เวียดนามครับ ปี 46 และก็ต้องมาหยุดปั่นจริงๆก็ช่วงประมาณปีปลาย 53 ไปมีเรื่องคดีความ ซิ่งเป็นคดีที่ผมไม่ได้มีส่วนร่วมในการลงมือเลย ดันอยู่ในที่เกิดเหตุด้วยจริง และพยายามต่อสู้คดีแต่ก็ไม่ชนะเพราะศาลมองว่า บุคคลธรรมดาไม่สามารถยิงตัดขั้วหัวใจได้ จะต้องเป็นผู้มีความชำนาญในการใช้อาวุธปืน และตอนนั้นผมก็รับราชการตำรวจ อยู่ด้วยยิ่งเป็นเหตุให้ศาลเชื่อว่าเป็นคนลงมือและผมเองก็ไม่ได้ให้การซัดทอดเรื่องก็จบที่ผมเลย
โค้ชหนึ่งกับครูมินนี่ คนข้างกายที่เป็นกำลังใจให้อยู่เสมอ

ปั่นสวยๆ : แล้วตอนนี้กลับมาปั่นอีกครั้งเป็นยังไงบ้างคะ ใช้รถแบบไหนอยู่บ้างคะตอนนี้
โค๊ชหนึ่ง : หลังจากปล่อยตัวมาได้ประมาณ 2 ปี กลับมาปั่นครั้งนี้ มีการเปลี่ยนแปลงเยอะเลยครับ คนปั่นจักรยานเยอะขึ้น เก่งขึ้น เทคโนโลยีรถจักรยานล้ำยุคขึ้น ทุกอย่างพัฒนาไปเยอะ ทำให้เป้าหมายตอนนี้ไม่เหมือนเดิม คือตอนนี้อยากปั่นให้มีความสุขสนุกกับการปั่นแค่นั้นเลยครับ 

   ปัจจุบันใช้จักรยานของ TREK รุ่น MADONE PROJECT 1 และจักรยานประเภทลู่ ใช้ของ FUJI ครับ


ปั่นสวยๆ : เสือหมอบทั่วไปเราคงรู้จักกันดีแต่ว่ารถลูกเป็นยังไงคะ ช่วยอธิบายเพิ่มเติมสักหน่อย

โค๊ชหนึ่ง : รถลู่ เป็นรถประเภทซิงเกิ้ลสปีด ไม่สามารถฟรีขาได้ ไม่มีเบรค ไม่มีเกียร์ โซ่ที่ใช้ก็จะเป็นโซ่ที่ใช้กับรถที่เป็นซิงเกิ้ลสปีดเท่านั้น  ถ้าจะให้เรียกแบบเป็นทางการ เค้าเรียกว่า แทรคไบค์ (TRACK BIKE) ใช้แข่งขันในสนาม ที่เรียกว่าเวโลโดรม มี UCI รับรอง ถึงจะใช้แข่งขันได้ UCI คือสัญลักษณ์ที่อยู่บนจักรยานบางรุ่นบางยี่ห้อมีและบางรุ่นบางยี่ห้อก็ไม่มี แต่รถที่จะเข้าแข่งขันได้จะต้องมี โลโก้ UCI เท่านั้น
อดีตลูกเทนของโค้ชหนึ่งที่ผ่านมาบอกได้ไม่ธรรมดา


อดีต 2 ลูกเทรนหญิง ก่อนเข้าโปรแกรมกับโค๊ชหนึ่ง คนนึงเป็นนักแข่งท้ายตราง
อีกคนนึงจะเลิกปั่นเลิกเล่นกีฬา ปัจจุบันติดทีมชาติทั้งสองคน และเพิ่งได้แชมป์ปีที่แล้ว

บรรยากาศการเทรนนิ่ง 
ล่าสุดลูกเทรนไปได้แชมป์ KING OF MOTORWAYM81 ที่เพิ่งจบไป

รถลู่หรือแท็กไบค์จะสังเกตได้ว่ามีสเตอร์ทั้งสองฝั่ง
เพื่อเอาไว้ใช้ในการซ้อมและการแข่ง แทนการทดเกียร์

โซ่ Single Speed ข้อใหญ่มาก
จากแบรนด์ IZUMI


ปั่นสวยๆ : สุดท้ายนี้ ปั่นสวยๆ เรา ขอขอบคุณโค้ชหนึ่งมากๆค่ะ ที่มาร่วมแชร์ประสบการณ์และให้ข้อมูลเกร็ดความรู้เล็กๆน้อยๆแก่ผู้อ่าน อย่าลืมติดตามหรือเสนอแนะเข้ามาได้นะคะ ว่าครั้งหน้าอยากให้เราไป สัมภาษณ์และ ทำความรู้จักกับใคร comment กันเข้ามาได้เลยค่ะ

ความคิดเห็น