"ตอนนั้นในวงการจะมีแต่กระทู้หรือเว็บบอร์ดของ ThaiMTB ในการกระจายข่าวชวนปั่นและขายสินค้า ทุกอย่างก็จะรวมอยู่ที่นั่น จากจุดเริ่มต้นชวนคนมาปั่นเรารวมตัวกันได้ 3 คัน ในวันแรก ก็มาปั่นกันตรงทางคู่ขนานรันเวย์สนามบินสุวรรณภูมิ ต่อมาก็เริ่มกลายเป็น 10 เป็นหลายสิบ จนกลายเป็นร้อยคัน ผู้บริหารการท่าเลยลงมาดูทำให้เป็นจุดกำเนิดของการสร้างสนามเขียวขึ้นมาในตอนแรก ซึ่งในตอนหลังได้กลายมาเป็นสนามฟ้าตามที่พวกเราได้เห็นกัน
ใน Ep.3 นี้พวกเราปั่นสวย ๆ ในช่วงเวลาที่ผ่านมาเหมือนกำลังเฝ้ารออะไรบางอย่างในวงการหลังจากได้รับโอกาสจากพี่ ๆ พันธมิตรและเพื่อนๆพี่น้องและผู้ใหญ่ทุกท่านที่ชักชวนไป Join Together ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ใน Ep.3 พวกเรามีเรื่องราวน่าสนใจและประวัติเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เกิดขึ้นในวงการของเรากันค่ะ และอาจเป็นกำลังใจเล็ก ๆ ให้ใครที่กำลังต่อสู้ฝ่าฟันอุปสรรคมีแรงบรรดาลใจอีกครั้ง โดยบทความนี้จะพาทุกคนไปสัมผัสอีกมุมนึงของวงการจักรยานไปพร้อม ๆ กับจุดเริ่มต้นของ NICH CYCING ก่อนที่จะเป็น NICH ในทุกวันนี้ไปด้วยกันในรูปแบบของการสนทนาพูดคุยถามตอบไปด้วยกัน
ในวันได้มีโอกาสมาทำความรู้จักพี่ชิน หรือ คุณชินธิป บุญโชคหิรัญเมธา หัวเรือใหญ่ของ NICH ซึ่งตอนนี้เป็น SUMMIT NICH CO.,LTD.ที่พวกเราเพจปั่นสวยๆ มองว่าเป็น Thailand Soft Power ของเราอย่างนึงเลยก็ว่าได้ค่ะ ยิ่งวันนี้ได้เห็นล้อ New Collection Brutal Speed Discwheel ที่ได้นำเอาศิลปะลายไทยมาใช้อย่างลงตัวและสมดุล มาผสมผสานอยู่บนล้อที่ทำจากวัสดุและเทคโนโลยีที่ทันสมัย ออกมาได้อย่างมีอัตลักษณ์ตามแบบของ NICH ได้อย่างชัดเจนในมุมมองของพวกเรา ปั่นสวยๆ โดยยังคงประสิทธิภาพในการใช้งานเป็นอย่างดี ซึ่งจะใช้อยู่ใน TT machines หรือ Timetrialbike
| เราไม่ได้สนใจใครจะมองว่าเราเป็นแบรนด์ไทย เราแค่ทำในสิ่งที่เราอยากทำและเราก็เชื่อมั่นในสิ่งที่เราทำ |
ปั่นสวยๆ : ก่อนจะมาทำแบรนด์จักรยาน NICH พี่ชินปั่นจักรยานมากก่อนไหมคะหรือมีความเป็นมายังไงบ้างค่ะ ?
พี่ชิน : ผมเริ่มปั่นจักรยานตอน อายุ 26 ปี ตอนนั้นทำงานไปด้วยก็ใช้เวลาปั่นจักรยานหลังเลิกงานปั่นมาได้ 3 ปี ตอนนั้นชุดปั่นจักรยานไม่ได้มีให้เลือกหลากหลายแบบทุกวันนี้ ยังไม่มีห้องเสื้อที่มีชื่อเสียงแบบทุกวันนี้ เราก็เริ่มจากนำเข้าชุดปั่นเข้ามาขายก่อน โดยการเปิดร้านค้าลงขายในเว็บบอร์ด ThaiMTB ตอนนั้นยังใช้ชื่อร้านชินยังไม่ได้เป็น NICH จำได้เลยว่าผมเข้ามาพร้อมๆกับ Rapha เมื่อก่อนยังไม่มีครับแบรนด์แบบนี้และไม่มีช่องทางการขายมากนัก ทุกคนก็จะมาเปิดร้านรวมอยู่ใน ThaiMTB พอปั่นไปเรื่อย ๆ ชุดจักรยานก็เริ่มขายดีขึ้น ต่อมาเริ่มจริงจังมากขึ้นในการปั่นเริ่มลงงานแข่ง เริ่มมีความคิดว่าอยากได้ล้อใช้เป็นของตัวเอง ในแบบเราที่ต้องการใช้กับราคาจับต้องได้มีคุณภาพ คือตอนนั้นจักรยานก็อยากปั่น แต่ก็ต้องบาลานซ์ค่าใช้จ่ายในชีวิตและครอบครัวไปด้วย ก็เป็นจุดเริ่มต้นให้ผลิตล้อเป็นของตัวเองออกมาก็พร้อมกับต้องมีชื่อแบรนด์แล้ว เลยใช้ชื่อ NICH เป็นแบรนด์ในการขายตั้งแต่ตอนนั้นครับ แต่โลโก้ยังเป็นแบบเก่า การขายการผลิตล้อตอนนั้นต้องใช้วิธีการนำกำไรจากการขายเสื้อชุดปั่นจักรยานให้ได้ประมาณ 10 ชุดไปถึงจะเอาเงินที่ได้ไปสั่งผลิตล้อ 1 ล้อ ช่วงนั้นมีเงินทำนิด ๆ หน่อย ๆ ก็ทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ครับ เราเริ่มทำล้อตอนปลายปี 2010
ปั่นสวยๆ : นอกเรื่องนิดนึงค่ะถามได้ไหมค่ะตอนนั้นล้อประกอบขึ้นมายังไงหรือนำเข้าสำเร็จรูปมาเลย ?
พี่ชิน : ช่วงแรกๆ ในบ้านเรายังไม่มีล้อสำเร็จรูปขายเป็น OEM แบบทุกวันนี้ ต้องสั่งทำโดยการสั่งชิ้นส่วนต่างๆ เข้ามาประกอบในบ้านเราอย่างตอนนั้น ดุมใช้ของ NOVATECH ซี่ลวดล้อก็ใช้ของ DT SWISS ตัวแทนในบ้านเรานี้แหละ ล้อก็หาเกรดดีๆ สเปคดีๆ เพราะยังไงเราก็ต้องใช้เองด้วยแล้วเราก็จริงจังกับการปั่นด้วยตอนนั้นจริงตั้งใจทำออกมาให้ดี แต่ก็มีปัญหาอยู่บ้างนะครับเราก็เรียนรู้มาตลอดไม่เคยหยุดพัฒนา การผลิตล้อตอนนั้นต้องใช้เวลาลูกค้าสั่งมาแล้วต้องรอประกอบไม่เหมือนตอนนี้ คือมีของเลยพร้อมส่งไม่ต้องรอ
ปั่นสวยๆ : แล้วมาเริ่มทำตัวรถหรือเฟรมจักรยานได้ยังไงค่ะ ?
พี่ชิน : ตอนที่ผลิตล้อขายอยู่นั้นเริ่มรู้แล้วว่าต้องไปจบที่ผลิตตัวเฟรมรถจักรยานแน่นอน
เฟรมจักรยานของ NICH ผ่านมาตรฐาน UCI สามารถใช้ในการแข่งขันระดับนานาชาติได้นะคะ
ปั่นสวยๆ : อะไรทำให้มั่นใจแบบนั้นค่ะ ?
พี่ชิน : คือเรารู้อยู่แล้วหลังจากสามารถผลิตล้อออกมาแล้วมันได้ไง เสียงตอบรับกลับมาดี เราก็มั่นใจในศักยภาพของเรา ที่นี้ทั้งงบประมาณและความรู้ในการผลิตมันสูงขึ้นเราก็ต้องสะสมจากการทำล้อไปก่อน เริ่มต้นผลิตล้อขายตอนปลายปี 2010 ประมาณกลางปี 2011 ก็มีจักรยาน NICH รุ่นแรกออกมา
ปั่นสวยๆ : เป็นยังไงบ้างคะรถรุ่นแรก ?
พี่ชิน : มีปัญหาครับคือตอนนั้นรุ่นแรกใช้โรงงานจีน พอ Gen2 ได้โรงงานไต้หวันของเขาผลิตเฟรมให้ FOCUS อยู่ตอนนั้นตอนนี้ปิดไปแล้ว พอผลิตกับที่นี้ก็ดีขึ้นเลยก็เลยเริ่มออก Gen2 ตามมาในปลายปี 2011 จำนวนที่ผลิตมาตอนนั้น 20 เฟรม มีงบอยู่เท่านั้น ก็คือกลางปี 2011 ออก Gen1 ช่วงปลายปี 2011 ควอลิตี้ (Quality) ดีขึ้นก็ออก Gen2 มาเลย (ปรับตัวได้ไวมากเลยค่ะ) เพราะเราเป็นคนแคร์คนอื่นไงเราเลยเก็บกลับมาปรับปรุงอยู่ตลอด
ตอนเริ่มผลิตใหม่ๆ คันนึงลูกค้าต้องรอตั้ง 4-5 เดือน กว่าจะประกอบเสร็จเกรงใจมากครับ เพราะตอนนั้นเหมือนต้องเรียนรู้ใหม่หมด ไม่มีใครเคยทำสีบนคาร์บอนแบบนี้มาก่อน กว่าจะหาช่างที่ทำสีได้ใช้เวลาเลยครับ
ปั่นสวยๆ : เรื่องผลิตที่ว่ายากแล้วการทำตลาดเป็นยังไงบ้างค่ะ ?
พี่ชิน : ยากครับในช่วงแรก คือในเรื่องการผลิตมีปัญหาเราสามารถทำความเข้าใจและแก้ไขได้ แต่ในวงการตอนนั้นเราถูกมองว่าเป็นแบรนด์ไทยน้องใหม่ยังไงก็คนไทยทำจะดีสู้แบรนด์จากเมืองนอกได้ยังไงตลาดตอนนั้นก็ยังไม่ยอมรับครับ แต่ตอนนั้นเราก็ยอมรับเรื่องที่เกิดขึ้นตอนนั้นครับ เพราะเรามีคนเดียวเราทำอยู่คนเดียวเกือบทั้งหมด จะมีทีมงานมาช่วยนิดหน่อยเพราะทุกคนก็มีอาชีพเป็นของตัวเองต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว เราก็ทำของเรามาเลื่อยๆ ไม่ได้สนใจอะไรมากแต่ถามว่ามีคิดมากไหมกับฟีดแบ็กที่ตอบกลับมา มีครับเพราะเราเป็นคนแคร์คนอื่น ตอนหลังๆ ก็ไม่ค่อยได้สนใจกลับมาตั้งใจทำของเราต่อไป
ปั่นสวยๆ : ย้อนกลับไปนิดนึงค่ะ 20 เฟรมแรกเป็นยังไงค่ะฟีดแบ็ก ?
พี่ชิน : ขายหมดนะลูกค้าที่ซื้อไปลูกค้าก็บอกว่าดี...ดีเลยตอนนั้นจะหาปั่นรถปั่นดีๆ เฟรมคาร์บอนซักคันราคาแบบที่ NICH ทำอยู่แทบหาไม่ได้เลยครับ ทำให้คนปั่นมีโอกาสเป็นเจ้าของรถคาร์บอนได้แล้วในตอนนั้นยังไม่มีแบรนด์จีนเข้ามา (ความคิดเห็นส่วนตัวเรามองว่าเป็นจุดนึงเลยที่ทำให้ทาง NICH ไม่อยากแข่งขันในตลาดราคา เพราะทาง NICH ก็มั่นใจในศักยภาพและประสบการณ์ที่มี ทำให้ NICH เลือกขยับตัวขึ้นไปตลาดที่มีการแข่งขันสูงกว่า ทำในสิ่งที่ท้าทายกว่าและมันกำลังเป็นไปในทางที่ดีทางเพจปั่นสวยๆเป็นกำลังใจให้เลยค่ะ ยิ่งได้รู้ว่าได้ทีมการตลาดที่แข็งแกร่งมาร่วมงาน ยังไงตรงนี้ต้องขอเก็บไว้ก่อนนะคะแต่บอกได้เลยไม่ธรรมดามีการร่วมงานกับทีมงานระดับแชมป์โลก งานนี้สนุกแน่นอน ทางพวกเราเพจปั่นสวย ๆ ขอชื่นชม พี่ชิน ในความเป็นนักสู้มาก ๆ เลยคะไม่ยอมแพ้อะไรง่าย ๆ)
ปั่นสวยๆ : วันนี้ก็รบกวนเวลา พี่ชิน มานานมากแล้ว วันนี้ได้รู้จักที่มาที่ไปกันพอประมาณ พวกเรามีคำถามสุดท้ายอยากจะถามมีมุมมองยังไงกับเรื่องคนปั่นจักรยานกับคนใช้รถบนถนน ?
พี่ชิน : ผมว่าบ้านเราสบายกว่าเยอะคนไทยอะลุ่มอล่วยกันอยู่แล้วแต่อุบัติเหตุมันก็มีทุกที่ครับ ที่อเมกาหรือยุโรปบนถนนคนใช้รถเค้าไม่ชินกับจักรยานหรือมอเตอร์ไซค์เหมือนในบ้านเราที่นั้นจะอันตรายกว่าอีกครับ







ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น